THAI EASTERN GROUP HOLDINGS


ประวัติกลุ่มบริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์

 TEGH เป็นผู้ประกอบการแปรรูปสินค้าเกษตรเชิงนิเวศแบบครบวงจร ที่ใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต โดยอาศัยหลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน โดยพัฒนาองค์กรให้เติบโตไปพร้อมกับชุมชน และการรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างสมดุล 
ธุรกิจของTEGH  แบ่งเป็น  5 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้
1. ธุรกิจยางพารา
2. ธุรกิจปาล์มน้ำมัน
3. ธุรกิจพลังงานทดแทนและรับกำจัดกากอินทรีย์เหลือใช้
4. ธุรกิจโลจิสติกส์
5. ธุรกิจสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน

 
      

rubber
ธุรกิจยางพารา

ธุรกิจยางพารา ถือเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท ไทยอีสเทิร์นซึ่งผลิตน้ำยางข้น ยางแท่ง และยางแท่งเกรดพิเศษ

รายละเอียด
palm
ธุรกิจน้ำมันปาล์ม

น้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil) เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดได้จากการผลปาล์มสด (Fresh Fruit Bunch)ที่มีคุณภาพ โดยนำผลปาล์มไปนึ่งให้สุก จากนั้นจึงนำมาแยกเนื้อปาล์มออก เพื่อนำไปสกัดให้ได้น้ำมันปาล์มดิบซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาลแดง น้ำมันปาล์มดิบสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ อย่างหลากหลาย ทั้งเพื่อการอุปโภคและบริโภค เช่น การนำไปกลั่นเพื่อเป็นน้ำมันพืชสำหรับบริโภค การนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล  หรือนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

รายละเอียด
renewable
energy
ธุรกิจพลังงาน

 ประกอบกิจการรับบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย บริการกำจัดกากของเสียอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายได้ด้วยแบคทีเรีย มีระบบผลิตก๊าซชีวภาพที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้มาใช้เป็นพลังงานทดแทน  LPG ในกระบวนการอบยางแท่งได้ถึงร้อยละ 85 และสามารถนำไปผลิตไฟฟ้าได้อีกกว่า 4 เมกกะวัตต์

รายละเอียด
logistics
โลจิสติกส์

   บริการรถขนส่งวัตถุดิบจากจุดรับซื้อที่กระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และมีบริการขนส่งสินค้าให้แก่บริษัทในเครือ

รายละเอียด
plantation

ธุรกิจสวน

   บริษัทฯ มีพื้นที่สวนยางพาราและปาล์มน้ำมันกว่า 12,000 ไร่ กระจายตัวอยู่ในหลายจังหวัดในประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อใช้เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบยางพารา และปาล์มน้ำมัน 

รายละเอียด

        ธุรกิจยางพารา ถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯดำเนินธุรกิจผลิตน้ำยางข้น ยางแท่ง และยางแท่งเกรดพิเศษ มีโรงงานตั้งอยู่ที่ชลบุรี บึงกาฬ และอุบลราชธานี และมีโรงงานผลิตยางแท่งเกรดพิเศษที่ร่วมทุนกับ Sumitomo Rubber Industries, ญี่ปุ่น ที่อุดรธานี ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท ไทยอีสเทิร์น ถือเป็นผู้ประกอบการยางพารารายใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก 
       กลุ่มลูกค้าหลักของสายธุรกิจยางพารา คือผู้ผลิตยางล้อชั้นนำทั่วโลก ได้แก่ มิชลิน, บริดจสโตน, กู๊ดเยียร์, ซูมิโตโม, พิเรลลี่, คอนติเนนตัล, โยโกฮามา, ฮันคุก, ดีสโตน, โอตานิ เป็นต้น ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัย มีกระบวนการควบคุมคุณภาพสินค้าที่เป็นเลิศ บริษัทฯจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ชั้นนำของโลก ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศ ถึงร้อยละ 22
       บริษัทฯ ยังถือเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในภาคตะวันออก โดยได้ก่อตั้งโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบแห่งแรกในภาคตะวันออกตั้งแต่ปี พ.ศ 2535 ปัจจุบันบริษัทฯมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ที่ชลบุรี และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ที่ร่วมทุนกับกลุ่ม Sime Darby, มาเลเซีย ที่ตราด มีส่วนแบ่งการตลาดในภาคตะวันออกประมาณร้อยละ 45 และมีโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ร่วมทุนกับบริษัท โกลบอลกรีน เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ที่ชลบุรี
      
        ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์แบบครบวงจร บริษัทฯได้ออกแบบระบบอุตสาหกรรมให้อยู่บนหลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Thai Eastern Symbiosis) เพื่อคงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติให้มีความยั่งยืน เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรหมุนเวียนที่สามารถสร้างขึ้นได้เอง (Circular Economy)   มีการแลกเปลี่ยนด้านพลังงาน วัตถุดิบ และวัสดุต่าง ๆ อย่างเหมาะสม (Sharing Economy)  เพื่อให้คุ้มค่าเกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Optimized) และนำมาสู่อุตสาหกรรมที่ปราศจากของเสีย (Zero Waste) และปราศจากการก่อให้เกิดมลพิษตลอดทั้งกระบวนการ(Zero Discharge) จึงเกิดเป็นโครงการพัฒนาด้านพลังงานทดแทน และนำพลังงานทดแทนที่ได้หมุนเวียนกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตทดแทนการใช้พลังงานจากฟอสซิลได้ถึง ร้อยละ 85 ส่งผลให้สินค้ายางพาราและน้ำมันปาล์มของบริษัทฯถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง (Eco Products)
       เพื่อความยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาระบบห่วงโซ่คุณค่า(Value Chain)ตั้งแต่เกษตรกร ชุมชน พนักงาน คู่ค้า และลูกค้าของบริษัท เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมกันและก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในการผลิตสินค้าที่มีความยั่งยืน (World Best Sustainable Materials Producer)


Back to Top